ปลาหางนกยูง เป็นปลาน้ำจืดขนาดเล็ก เป็นที่รู้จักกันในนาม guppy หรือ millions fish ถูกพบครั้งแรกในปี 1859 ที่เมือง Rio Guaire และ Carascus ประเทศเวเนซูเอล่า โดย William C.H. peters และให้ชื่อว่า Poecilia reticulata (reticulata หมายถึง สีสันที่เกิดจากการซ้อนทับของเกล็ด) ในปี ค.ศ. 1861 ได้ตั้งชื่อขึ้นอีกเป็น Labistes poeciloides โดย Filippi จากตัวอย่างปลาที่ได้มาจากประเทศบาร์บาโดส ซึ่งตอนนั้นไม่มีการเปรียบเทียบกับปลาที่ตั้งชื่อจาก William C.H. peters ต่อ มา Robert John lechmere Guppy นักธรรมชาติวิทยาจากประเทศตรินิแดด ซึ่งได้ส่งตัวอย่างปลาไปให้ Dr. Albert Gunther ที่ British Museum ในกรุงลอนดอน และได้ถูกเปลี่ยนชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ตัวเขาในชื่อ Giradinus guppyi หรือเรียกสั้นในชื่อสามัญว่า guppy จนใช้มาถึงปัจจุบัน ต่อมาได้มีการรวบรวมข้อมูลปลาหางนกยูงที่พบในแต่ละแห่ง และมีการจัดกลุ่มใหม่ พร้อมเปลี่ยนชื่อวิทยาศาสตร์เป็น Labistes reticulata และถูกใช้จนกระทั่งปี 1963 ต่อมา Rose และ Bailey เสนอให้กลับไปใช้ชื่อเดิมครั้งแรกคือ Poecilia reticulata ที่ได้จากการพิจารณาความสัมพันธ์ของปลาหางนกยูงกับปลาในกลุ่ม Poeciliidae ทำให้ปลาหางนกยูงถูกจัดอยู่ในกลุ่มดังกล่าว ซึ่งปลาในกลุ่ม Poeciliid จะมีลักษณะเด่น คือ มีการปฏิสนธิภายใน ออกลูกเป็นตัว และตัวผู้จะมีอวัยวะช่วยในการสืบพันธุ์ที่เรียกว่า gonopodium และการจัดกลุ่มดังกล่าวมีการใช้กันอย่างแพร่หลายจนถึงปัจจุบัน ในประเทศไทย การเพาะเลี้ยงปลาหางนกยูงที่เริ่มเป็นที่นิยมมากตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ. 2510 เมื่อพ่อค้าสนามหลวงได้นำปลาหางนกยูงชนิดใหม่ มีลักษณะแปลกตา คือ หางบานเล็กน้อย มีสีหางและลำตัวออกสีส้มอมชมพูมาใส่ตู้ขายในตลาดนัดสนามหลวง ขณะนั้น นิยมเรียกชื่อว่า ปลาหางนกยูงฮ่องกง มีราคาตัวละ 5 บาท ระยะต่อมาได้มีการนำปลาหางนกยูงสายพันธุ์ใหม่อีกชนิดหนึ่งมาจำหน่าย คือ ปลาหางนกยูงเยอรมัน ซึ่งเป็นชนิดเดียวกับพันธุ์แดงทักซิโด้ (Red tuxedo) ในปัจจุบัน ในระยะแรกมีราคาประมาณตัวละ 40-50 บาท

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น