การเลี้ยงปลาหางนกยูง

การคัดเลือกพันธุ์ และพ่อแม่พันธุ์
ลักษณะที่ดีของปลาหางนกยูงที่ควรเลี้ยง
– ลักษณะลำตัวใหญ่ หนาสมส่วน รูปทรงปกติ ไม่คดงอ
– ลักษณะครีบหางใหญ่ แข็งแรง ครีบหางไม่ฉีกขาด ขณะว่ายน้ำพลิ้ว ครีบหางไม่พับ
– สี และลวดลาย ถูกต้องตามสายพันธุ์ คมเข้ม และชัดเจน
คัดพ่อแม่พันธุ์ตามที่กล่าวขึ้นต้น โดยควรเป็นปลาที่มีอายุประมาณ 4-6 เดือน นำมาปล่อยรวมกันในสัดส่วนเพศผู้ : เพศเมีย เท่ากับ 1 : 3 หรือ 1 : 4 จำนวนการปล่อย 100-15 ตัว/ลบ.เมตร อาหารที่ให้จะเป็นไรแดงในตอนเช้า และเย็น หรือให้อาหารสำเร็จรูปก็ได้
ปลาเพศเมียที่ผสมพันธุ์แล้วจะมีจุดสีดำบริเวณท้อง แม่ปลาหางนกยูง 1 ตัว ออกลูกปลาได้ประมาณ 30-80 ตัว และใช้เพาะพันธุ์ได้ 4-6 ครั้ง
การอนุบาลปลาวัยอ่อน
ลูกปลาหางนกยูงที่ออกมาใหม่จะยังไม่กินอาหาร เพราะอาศัยอาหารจากถุงไข่ แต่ประมาณหลัง 3 วัน ถุงไข่จะหมดไปจึงเริ่มหากินอาหารเอง ระยะนี้เพื่อให้ลูกปลามีชีวิตรอดมากที่สุดจำเป็นต้องหาแหล่งอาหารให้ เช่น โรติเฟอร์ อาร์ทิเมีย ไรแดง รวมถึงอาหารสำเร็จรูปสำหรับลูกปลาวัยอ่อน
ลูกปลาจะออก ประมาณ 25 – 30 วัน หลังจากแม่ปลาผสมพันธุ์แล้ว โดยให้คัดแยกพ่อแม่พันธุ์ออก ในระยะแรก (3-4 วันหลังออก) ให้ไรแดงเป็นอาหารในตอนเช้า และเย็นทุกวัน และหลังจาก 2 สัปดาห์ ให้อาหารสำเร็จรูป จนลูกปลามีอายุ 3 สัปดาห์ จะแยกเพศได้
หลังจากนั้น คัดขนาด และแยกเพศปลา เพื่อนำไปแยกเลี้ยงในบ่อ อัตรา 200 – 300 ตัว/ลบ.ม. โดยให้อาหารประเภทไรแดงในตอนเช้า และอาหารสำเร็จรูปในช่วงเย็นจนมีอายุประมาณ 3 เดือน พร้อมจับส่งจำหน่าย
การเลี้ยงหลังการอนุบาล
ปลาหางนกยูงที่จำหน่ายตามร้านขายปลามักมีอายุตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป ซึ่งจะถูกนำมาเลี้ยงในภาชนะหรือบ่อในรูปแบบต่างๆ ได้แก่
1. การเลี้ยงในขวดโหล
2. การเลี้ยงในกระถางดินเผาหรือบ่อซีเมนต์
ที่มา : http://pasusat.com/

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น